(รูป ปกหนังสือประวัติศาสตร์การทูตจีน-ไทย ยุคใต้ดิน ที่ยังพอหาอ่านได้)

“สิ่งที่จะทำให้ประเทศไทยอ่อนแอลงได้มีอย่างเดียวคือคนไทยขาดความสามัคคี ส่วนนโยบายต่างประเทศประเทศไทยมีข้อดีคือตั้งอยู่ในยุทธศาสตร์ที่สำคัญ แต่เป็นประเทศเล็กๆ วิธีที่ประเทศไทยจะได้ประโยชน์สูงสุดคือต้องเป็นกลาง!!” ประธาน เหมา เจ๋อ ตุง พูดกับ นาย อารี ภิรมย์ หัวหน้าคณะทูตใต้ดินไทย พศ.2493 จากหนังสือ “ประวัติศาสตร์การทูตจีน-ไทย ยุคใต้ดิน”

 

(รูป การรัฐประหารในชิลี โดย นายพล ปิโนเช่ ปี 1973 ทำให้ชิลีอยู่ในการปกครองที่นองเลือดกว่า 20 ปี)

 สิ่งที่ เหมา เจ๋อ ตุง กล่าวไว้กว่า 60 ปีแล้ว ยังเป็นจริงอยู่จนบัดนี้ สำหรับประเทศที่แตกความสามัคคีจนชาติต้องล่มจม ในอดีตมีมากมายนับไม่ถ้วนจนไร้ประโยชน์ที่จะบอกว่า ข้อเสียของการแตกสามัคคีคืออะไร ในยุทธศาสตร์การต่อต้านคอมมิวนิสต์ของ CIA สมัยก่อนคือ สนับสนุน ระบอบเผด็จการทุกรูปแบบ ในการทำลายล้างระบอบประชาธิปไตย ฟังแล้วคนรุ่นใหม่ที่เกิดไม่ทันคงประหลาดใจ.... ว่า อเมริกาที่แหกปากพูดกับชาวบ้านอยู่ 3 เรื่อง คือ “ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ตลาดเสรีทุนนิยม” จะทำอะไรเช่นนี้ ...

 

(รูป ปธน.คนที่ 34 ของ สหรัฐ นายพล ไอน์เซนฮาว ผู้ขยายขอบข่ายการจารกรรมของ CIA ไปทั่วโลก)

ในช่วง คศ 1950s สมัย ปธน ไอเซนส์ฮาว  มีนักประวัติศาสตร์บางคนกล้าพูดว่า “เป็นยุคสมัยที่ดีที่สุด เนื่องจากท่าน ปธน ไม่ได้ทำอะไรเลย...” ผิดถนัด!!! ในยุคของ ปธน ไอน์เซนฮาว เป็นยุคที่ CIA ขยายการปฏิบัติการออกไปทั่วโลกจนปัจจุบันนี้ จากความหวาดกลัวที่ คอมมิวนิสต์ยึดประเทศจีน ..คิวบาเปลี่ยนเป็นคอมมิวนิสต์และกำลังส่งออกการปฏิวัติไปทั่วอเมริกาใต้

 ถ้าหากอเมริกาใต้กลายเป็นคอมมิวนิสต์ อเมริกาจะเสียประโยชน์... เพราะ บ.เอกชน ของอเมริกาไปลงทุนด้านการเกษตร และเหมืองแร่ไว้มาก ซึ่งนโยบายคอมมิวนิสต์คือเข้าควบคุมทุกอย่างที่เป็นเอกชนแล้วบริหารเอง เนื่องจากลักษณะความเหลื่อมล้ำอย่างมากของสังคมอเมริกาใต้ที่ คนประมาณ 5% ของประเทศถือครองแผ่นดิน 90% ของประเทศ และกิจการใดๆส่วนใหญ่ก็เป็นของต่างชาติ... พรรคการเมืองที่มีนโยบายสังคมนิยม(คอมมิวนิสต์)จึงได้ชัยชนะอย่างถล่มทลาย... เพื่อรักษาผลประโยชน์ของอเมริกา... รัฐบาลพวกนั้นต้องถูกกำจัดทิ้ง