(รูป จักรวรรดิมองโกลเมื่อเจงกิสข่านยังมีชีวิต)

  หลังจากยึดครองเปอร์เซียได้อย่างสมบูรณ์ ลูกของอดีตจักรพรรดิเปอร์เซีย ชื่อ จัล อัด ดิน

ได้ออกปลุกระดมให้เมืองต่างๆใน เปอร์เซียให้แข็งเมือง รวมทั้งรวบรวม กองทัพมุสลิมจากภาคเหนือของอินเดีย

ทั้งหมดเข้าร่วมสงครามศักสิทธิ์ต่อต้านคนนอกศาสนาอิสลาม(จีฮัด) ไม่นาน ธงสีเขียว ของอิสลามก็โบกสะบัดไปทั่วเปอร์เซีย

ทำให้เจงกิสข่านต้องรวบรวมกองทัพ มาปราบกบฏอีกครั้ง

 

(รูป จัล อัด ดิน ลูกของจักพรรดิ์ ชาห์ โมฮัมเม็ด มุสลิมผู้นำกบฏเปอร์เซีย) 

 ในการรบที่หนักหน่วง 2 ครั้งของกองทัพกบฏที่นำโดย  จัล อัด ดิน กองทัพมุสลิมถูกสังหารเกลื่อนราวกับสุนัขข้างถนน

เจงกิสข่านผู้ชราเห็น จัล อัด ดิน หนีหัวซุกหัวซุนข้ามแม่น้ำสินธุ ขณะที่ทหารกำลังเล็งธนูใส่ เจงกิสข่านกลับสั่งให้จับเป็น !!

ทหารมองโกลหนึ่งหมวดจึงต่อแพแล้วรีบตามไป เมื่อถึงแพของ จัล อัด ดิน แทนที่จะจำนน กลับต่อสู้สังหารทหารมองโกลที่ตามมาหมวดนั้นสิ้น

แต่เจงกิสข่านกลับยิ้ม...แล้วบอกว่า “ปล่อยเขาไป ... ถ้าข้าเป็นพ่อของเขา ข้าคงภูมิใจมากที่มีลูกชายแบบนี้”

(คำพูดนี้บอกว่าทุกครั้งที่เจงกิสข่านรบ เขาไม่เคยรบด้วยความอคติ หรือ รังเกียจ ชาติ พันธุ์ ศาสนา เลยจึงไม่แปลกที่รอบๆเจงกิสข่าน จึงมีคนเก่งให้ใช้สอยจากทุกชนชาติ ) 

หลังจากนั้น จัล อัด ดิน พยายามปลุกระดมมุสลิมให้ลุกขึ้นสู้อีก แต่ไม่มีใครให้ความสนใจเขาอีกเลย ท้ายสุด จัล อัด ดิน ต้องตายอย่างโดดเดี่ยวน่าสมเพช

ทัพมุสลิมที่เข้าร่วมกบฏทั้งหมดก็ถูก กองทัพมองโกลยาตราทัพ เข้ายึด คือ ปัจจาบ ละฮอร์ และแคชเมียร์

 

(รูปกองทัพมองโกลไล่ล่า จัล อัด ดิน ที่หนีรอดไปได้คนเดียวจากการยุทธครั้งสุดท้ายที่ Indus) 

 เจงกิสข่านเริ่มรู้ว่าพวกมุสลิมนั้นปกครองยาก จึงยกระดับตัวเองเป็น ศาสนทูตแห่งการพิพากษาของพระเจ้า

คนที่ตายจากการถูกมองโกลสังหารก็คือคนบาปที่สมควรตาย ส่วนคนที่คิดต่อต้านอำนาจของศาสนทูตจะต้องตกนรก

การที่กองทัพมองโกลไม่เคยแพ้สงคราม และสังหารทุกคนที่ต่อต้านอย่างโหดเหี้ยม

ก็ไม่แปลกใจเลยที่ พวกมุสลิมจะเชื่อสนิทว่าเจงกิสข่านเป็น ทูตแห่งวันพิพากษาจริงๆ

 นอกจากนั้นเมื่อเจงกิสข่านยึดดินแดนไหนได้ ก็แทบไม่ไปเปลี่ยนแปลงความเชื่อดั้งเดิมอะไรของคนท้องถิ่น

แต่กลับพยายามหาจุดเชื่อมต่อระหว่างความเชื่อของผู้ถูกปกครอง และผู้ปกครองเพื่อส่งเสริมอำนาจรัฐมั่นคงยิ่งๆขึ้นไป

(ภาพเจงกิสข่านบนผนังมัสยิดเปอร์เซีย) 

 อีกตัวอย่างที่น่าสนใจคือการปกครองอัฟกันนิสถาน เมื่อทหารมองโกลที่เฝ้าเมืองถูกลอบฆ่าบ่อยๆเข้า เจงกิสข่านก็มาสอบสวนเมืองเจ้าปัญหาด้วยตนเอง

ตอนนั้น มีการจับกุมผู้กระทำผิด(ลอบโจมตีทหารมองโกล)ได้ จึงนำมาตัดหัวต่อหน้าสาธารณชนแล้ว

เจงกิสข่านก็สั่งให้ทหารเสียบศพที่โดนสังหาร แล้วย่างไฟต่อหน้าประชาชนทุกคนในเมือง

แถมให้ทหารประกาศว่า “เอาไปให้ท่านเจงกิสข่านรับประทาน” เจงกิสข่านจะกินคนจริงๆหรือไม่? ไม่มีใครรู้?

แต่หลังจากนั้นชาวเมืองก็ลือกันว่า“ท่านข่านเป็นยักษ์กินคน”

แถมเจงกิสข่านยังสั่งให้เผยแพร่วีรกรรมนี้ โดย วาดรูปท่านข่านกินคนบนมัสยิดทั่วเปอร์เซีย จนชาวบ้านไม่กล้าแข็งข้ออีก  

 

 ขณะที่เจงกิสข่านผู้ชราอายุได้ 65 ปี ฝันเห็นสัตว์ประหลาดคล้านสุนัขสีเทาที่มีเขาบนหัว

ได้ถาม เย่เฟย(ที่ปรึกษาชาวจีนที่เป็นเจ้าชายราชวงศ์จิน เนื่องจากมองโกลไม่มีภาษาของตนเอง

ประวัติศาสตร์ของมองโกลจึงถึงบันทึกผ่านมุมมองของ เย่เฟย ซะมาก)

ว่าฝันนี้แปลว่าอะไร เย่เฟยได้บอกว่า “ท่านฝันเห็นสัตว์แห่งความฝันที่ชอบกินชีวิตมนุษย์ ขอให้ท่านข่านหยุดการฆ่าฟันนับแต่บัดนี้เทอญ”

ในปีนั้น เจงกิสข่านออกล่าสัตว์เย่เฟยได้ทัดทาน ขอให้เจงกิสข่านหยุดล้างผลาญชีวิต

แต่เจงกิสข่านกลับบอกว่า“ข้าเป็นมองโกล ถ้าไม่ให้ข้าล่าสัตว์ ข้าคงอยู่ไม่ได้”

วันนั้นเจงกิสข่านล่าหมูป่าได้....มาถึงตอนนี้ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ 2 อย่าง 

1 เจงกิสข่านตกม้าในการล่าสัตว์วันนั้นจนทำให้ถึงแก่ชีวิต

แล้วขุนพลคู่กายท่านข่านจึงสังหารชาวเมืองทั้งหมด ที่เจงกิสข่านพำนักอยู่เป็นที่สุดท้าย เพื่อการล้างแค้น

 

 (รูป จักรวรรดิมองโกลที่ถูกแบ่งเป็น 4 ส่วน ) 

 2 เจงกิสข่านเริ่มป่วยหลังจากนั้น และอาการรุนแรงขึ้น จึงเรียกชุมนุมลูกทั้ง 4โดยจูชิ ลูกคนโตไม่ยอมมาชุมนุม

ในขณะที่ เจงกิสข่านลังแลและเหนื่อยใจ เพราะการไม่มีประชุมตามเวลาที่กำหนดหมายถึงการกบฏ

เจงกิสข่านอาจต้องยกทัพไปฆ่าลูกของตัวเองแล้วม้าเร็ว อีกฉบับก็มาถึงพอดีบอกว่า “จูชิตายแล้ว!!

เจงกิสข่านถอนใจแล้วบอก “ตายแล้วคงมาประชุมไม่ได้” จึงแบ่งดินแดนออกเป็น 4 ส่วนให้ลูกชายทั้ง4

ส่วนจูชิ ที่ตายไปให้ลูกชายของูชิคือ บาตูข่านเป็นผู้ครองอาณาจักรต่อไป

ในทั้ง 4 อาณาจักรให้แยกกันปกครอง แต่ต้องมีข่านสูงสุดและทุกคนต้องเชื่อฟังข่านสูงสุด

  

(.รูป เจงกิสข่านกำลังแบ่งจักรวรรดิ์ให้ลูก 4 คนแต่จริงๆมาได้แค่ 3 คน) 

 หลังจากประชุมเรื่องการสืบทอดอำนาจของจักรวรรดิเสร็จ เจงกิสข่านก็ถึงแก่กรรม 

ชาวมองโกลทั้งหมดถือว่าเจงกิสข่านสถิตอยู่ในธงชัยนำทัพของพวกเขาตลอดไป

บรรดาทหารที่ฝังศพเจงกิสข่านล้วนภักดี ไม่มีใครยอมปริปากเรื่องหลุมฝังศพของเขาจนเป็นปริศนาอยู่จนทุกวันนี้...

 

 (รูป อนุสาวรีย์เจงกิสข่าน ในมองโกเลีย ปัจจุบัน)

edit @ 11 Mar 2010 20:00:37 by orthodox

Comment

Comment:

Tweet

#4 By (171.99.98.88|171.99.98.88) on 2014-02-19 22:40

เก่งมาก

#3 By แชมป์ มารีวิทย์ พัทยา (103.7.57.18|223.204.240.131) on 2012-09-30 19:32

confused smile

#2 By (222.123.249.44) on 2010-02-25 16:04

#1 By TuangStuD!O on 2010-02-25 14:55